สร้างเว็บEngine by iGetWeb.com

ปลูกพริกลงกระถางและในน้ำนิ่ง

ปลูกพริกลงกระถางและในน้ำนิ่ง

Pu-payom5

การปลูกผักแบบเกษตรครัวเรือน เป็นเรื่องง่ายๆ ที่ถูกมองข้าม โดยเฉพาะกับคนเมืองที่ไม่ค่อยมีเวลาดูแลต้นไม้ รดน้ำพรวนดิน หลายคนจึงหันมาปลูกผักไฮโดรในน้ำนิ่ง ที่ไม่ต้องใช้อุปกรณ์มากมาย และไม่ต้องคอยรดน้ำทุกวัน

วันนี้มีตัวอย่างการเพาะเมล็ดพริกในกระถางพลาสติกมาฝาก หลายคนคงเคยเพาะเมล็ดพริก พอแตกยอดต้นอ่อน เจ้านกกระจอกจอมเกเร จะแอบมาจิกยอดกินจนเหี้ยน ถ้าเพาะในกระถางก็ต้องหาอะไรมาคลุม เหมือนกับใบกระเพราที่นกกระจอกชอบมากๆ

ที่บางใหญ่พยายามเพาะพริกในกระถางไว้หลายต้น แต่เหลือรอดอยู่ 2-3 ต้น โตได้หน่อยก็จะโดนจิกยอด หรือใบอ่อนทิ้ง เลยหันมาเพาะเมล็ดในฟองน้ำรวมกับผักสลัด ก็ได้ผลดี จึงแยกมาใส่กระถางเอากาบมะพร้าวประคองโคนต้น เพื่อปลูกในกระป๋องมีฝาปิด โดยเจาะฝากระป๋องพอดีกับกระถางสวมลงลึกสัก 1 ใน 3 ส่วน ให้ดูดสารอาหารจากปุ๋ยน้ำ AB รากเจริญเติบโตได้ดี ตอนนี้เริ่มติดดอกแล้ว

  • ส่วนหนึ่งเอามาลงดินในกระถางใบโปรด ที่ปู่พยอมให้มา พอโตสักหน่อย จึงเปลี่ยนมาลงกระถางใบใหญ่ กิ่งไม้ที่เห็นปักไว้ประคองต้น และกันนกกระจอกในช่วงแรกๆ

เพื่อให้ลำต้นเติบโต และเป็นพุ่มใหญ่ จึงเด็ดยอดออกทิ้ง เพื่อให้แตกกิ่งใหม่ ตั้งกระถางให้โดนแดดในช่วงเช้า - เย็น พอรากแข็งแรงก็ตั้งรับแดดได้ทั้งวัน ดินที่ใช้ปลูกมีส่วนสำคัญ เพราะต้นไม้จะเจริญเติบโตได้ดี จะแตกรากอ่อนดูดสารอาหารไปเลี้ยงลำต้นและแตกยอดใหม่ เมื่อโตได้ระยะหนึ่ง ต้องใส่ปุ๋ยบำรุงเร่งรากและดอก โดยทั่วไปดินเพาะปลูกที่ขาย 6 ถุงร้อย หรือ 7 ถุงร้อย จะต้องนำมาปรุงใหม่ก่อนนำมาปลูก

วิธีการปลูกผักในกระถาง

     1. การปรุงดิน ใช้ดิน 1 ส่วน ปุ๋ยคอก 1 ส่วน ขุยมะพร้าว 1 ส่วน รดน้ำให้ชุม แต่อย่าให้แฉะ คลุกให้เข้ากัน หมักทิ้งไว้ 7 วัน

     2. รองก้นกระถางด้วยกาบมะพร้าวสับ นำดินที่ผสมไว้ ใส่กระถางเพาะกล้า

     3. แช่เมล็ดพันธ์ 8-12 ชั่วโมง เอาเมล็ดพันธ์มาห่อผ้าชุบน้ำหมาดๆ ทิ้งไว้ 24 ชั่วโมง

     4. ใช้ไม้จิ้มดินเพาะลึกประมาณ 1-2 ซ.ม. หยอดเมล็ดลงไป 2-4 เมล็ด กลบเบาๆ

     5. ในระยะอาทิตย์แรก รดน้ำพอชุ่ม อย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง เช้า – เย็น

     6. การให้น้ำยังคงเป็นวันละ 2 ครั้ง ตลอดไป จนถึงระยะเก็บเกี่ยว แต่อาจให้น้ำในปริมาณที่น้อยลง เมื่อถึงระยะก่อนเก็บเกี่ยว

     7. การใส่ปุ๋ย ควรใส่ในระยะหลังปลูก 1-2 อาทิตย์ หรือระยะที่ต้นกล้าตั้งต้นแล้ว จนถึงระยะก่อนการเก็บเกี่ยวประมาณ 1 เดือน

 

จะเห็นได้ว่าการปลูกผักใน(ดิน)กระถาง จะยุ่งยากกว่าการปลูกผักในน้ำนิ่ง แต่การปลูกผักในน้ำ ก็ควรมีความรู้และความเข้าใจ คือ

     1. เปลี่ยนจากดินและปุ๋ย มาเป็นสารละลายจากปุ๋ยน้ำ AB 

     2. ปริมาณน้ำและสารละลายที่ใช้ในการปลูกจึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง จากการทดลองพบว่าผักที่ปลูกในน้ำนิ่งแบบไฮโดรบ็อกซ์ จะใช้น้ำประมาณ 3 ลิตรต่อต้นเป็นอย่างน้อย ตลอดระยะเวลา 6 อาทิตย์โดยประมาณ

     3. ผักจะเจริญเติบโตได้ดี เพียงเติมปุ๋ยน้ำ AB เดือนละครั้ง เพื่อให้น้ำ ปุ๋ย และ อากาศเพียงพอต่อความต้องการของพืช 

     4. พืชใช้อากาศในการเจริญเติบโตผ่านทางราก โดยรากพืชจะแบ่งเป็นรากน้ำและรากอากาศ

     5. รากน้ำจะทำการดึงออกซิเจนที่อยู่ในน้ำมาใช้ ส่วนรากอากาศจะเป็นรากที่ลอยอยู่ในอากาศนั่นเอง ดึงนั้นจึงต้องเว้นระยะระหว่างโฟมกับน้ำ

     6. การปลูกพืชในน้ำให้ได้ผลดี น้ำไม่ควรร้อนเกิน 30 องศา หากน้ำร้อนเกิน จะทำให้พืชไม่โต และอาจเกิดโรครากเน่าได้

     7. การเลือกใช้กล่องโฟมในการปลูก จะดีกว่าการใช้ขวดหรืออ่างพลาสติก เพราะกล่องโฟมสามารถกันความร้อนได้ดีกว่า

     8. การปลูกผักให้ได้ผลดี พืชต้องได้รับแสงแดดอย่างน้อย 6-8 ชั่วโมงต่อวัน จึงจะเติบโตได้เต็มที่

     9. สังเกตง่ายๆ พืชที่ปลูกถ้าขาดแสง ลักษณะของพืช ต้นจะยืด ผอม สูง และใบบางบาน

ไม่น่าแปลกใจทำไมคนรุ่นใหม่ จึงหันมานิยมปลูกพืชในน้ำนิ่งแบบไฮโดรบ็อกซ์มากขึ้น เพราะลงทุนครั้งเดียว ไม่ยุ่งยาก และปลอดภัยจากสารเคมี และยาฆ่าแมลงจากผักที่ขายในท้องตลาด 

ขอบขอบคุณข้อมูลดีดีจากอินเตอร์เน็ต


กลุ่มเกษตรครัวเรือนปู่พยอม

8 เมษายน 2562


เพจแนะนำ :

www.h2ohydrogarden.com

Tags : เกษตรครัวเรือน  ปูพยอม  ปลูกพริกในน้ำนิ่ง

view