สร้างเว็บEngine by iGetWeb.com

เลึ้ยงลูกให้ฉลาดตั้งแต่เกิด

เลึ้ยงลูกให้ฉลาดตั้งแต่เกิด

เท็คนิตเลี้ยงลูกให้ฉลาดตั้งแต่แรกเกิด 
https://th.theasianparent.com/ 


ควรเริ่มเลี้ยงลูกให้ฉลาดตั้งแต่แรกเกิด จนถึง 3 ขวบ เนื่องจากเป็นช่วงที่สมองของลูกน้อยมีพัฒนาการได้ดีที่สุด มีการเรียนรู้จดจำได้ดี อยากรู้อยากลอง และสนุกกับการเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ อยู่เสมอ เป็นช่วงนาทีทองของคุณพ่อคุณแม่ ในการกระตุ้นพัฒนาการของลูกน้อย รวมทั้งหมด 6 ทักษะดังนี้

1. การสัมผัสวัตถุต่างๆ 

    ฝึกให้จับสัมผัสกับของแข็ง ของเหลว น้ำเย็น น้ำอุ่น ทำให้ลูกได้ฝึกสัมผัส รู้จักแยกแยะความแตกต่าง พาเดินเล่นนอกบ้าน รู้จักรูปร่าง รูปทรง ได้รู้จักฝึกคิดสนุกกับการเรียนรู้ตามธรรมชาติ วาดภาพ ระบายสี ปั้นแป้งโดว์ ใช้จินตนาการอย่างสร้างสรรค์

2. ฝึกการมองเห็น

    ทำไมต้องฝึกการมองเห็น คำตอบคือหลังจากทารกคลอดเริ่มแรกจะมองเห็นไม่ชัด  มองเห็นระยะใกล้ๆ สีที่ชัดที่สุดคือ ขาวกับดำ และจะมองได้ไกลขึ้นตามอายุ สิ่งหนึ่งที่ช่วยให้ลูกน้อยมีพัฒนาการมองเห็นที่ดี คือของที่มีสีที่สดใส ดึงดูดความสนใจ คือ สีแดง เหลือง น้ำเงิน

ตัวช่วยที่ดีคือของเล่น เช่น ตุ๊กตา หนังสือสีสดใส คุณแม่จะได้อ่านหนังสือนิทาน เอาหนังสือผ้าให้ลูกจับ วัยนี้ชอบหยิบของใส่ปากต้องระวัง โตแล้วจึงให้สนุกกับการต่อจิ๊กซอร์ บล็อกไม้ และตัวต่อพลาสติก

3.  ด้านการฟัง

    วิธีฝึกง่ายที่สุด คือการคุยกับลูกบ่อยๆ ลูกจะจดจำโทนเสียง คำศัพย์ใหม่ๆ ภาษาก็ต้องสอนตั้งแต่เล็กๆ ดีที่สุด แน่นอนการสอนลูกหลายๆ ภาษาพร้อมกันอาจทำให้ ลูกเกิดความสับสน เด็กจะพูดช้าไปบ้าง แต่พอโตขึ้นจะเริ่มแยกแยะได้ และเข้าใจพูดโต้ตอบได้เอง

การใช้เสียงเพลงให้ลูกน้อยฝึกการฟัง ที่ดี น้องอันตาจะชอบฟังเพลง ชอบให้คุณปู่ เล่นกีต้าร์ ให้คุณตาเคาะโต๊ะ และรู้สึกสนุก พอยืนได้ ก็จะเต้นตามจังหวะ และเริ่มหัดร้องตามจังหวะในช่วงลงท้าย 

4. การรับรสต่างๆ 

    พ่อแม่ส่วนใหญ่จะเลือกอาหาร ที่ไม่ปรุงรสให้ลูกๆ ชินกับรสอาหารจืดๆ หรือรสตามธรรมชาติ ควรให้ลูกทดลองกินอาหารที่มีรสชาติที่แตกต่างกันไป เพื่อให้ลูกได้รู้รส ว่าหวาน เค็ม เปรี้ยว ขม หรือทดลองให้ลูกปรุงเองจะช่วยให้ลูกได้มีประสาทสัมผัสที่ดีด้วยตัวเอง

5. การรับรู้กลิ่น

    เด็กตอนเล็กๆ จะแยกแยะไม่ออกว่ากลิ่นนั้นกลิ่นนี้คืออะไร เหม็นหรือไม่เหม็น คงมีแต่ชอบหรือไม่ชอบ บางทีการให้ลูกได้รับกลิ่นที่จะทำให้เขารู้จักการระวังตัว เช่น กลิ่นไหม้ ถ้าลูกได้กลิ่นนี้ในบ้าน แสดงว่าเป็นสัญญาณไม่ดีแล้ว หรือกลิ่นอาหารที่เหม็นเน่า แสดงว่าไม่ควรกินมันนะ เดี๋ยวจะไม่สะบาย หรือกลิ่นฉุน เช่น น้ำยาล้างห้องน้ำ ที่จะบอกลูกว่าอย่าไปสูดดม เป็นอันตราย

นอกจากนี้การให้ลูกได้ดมกลิ่น ดอกไม้ และผลไม้ต่างๆ จะทำให้เขาแยกแยะสิ่งเหล่านั้นได้ดี ซึ่งพ่อแม่อาจใช้การดมกลิ่นเป็นเกมส์ เช่นเลือกซื้อผัก ผลไม้บางชนิดให้ดม หรือปิดตาทายชนิดของผัก ผลไม้ก็ได้ เป็นเกมส์สนุกที่ประหยัดเพราะนำมาปรุงอาหารได้

6. ฝึกกล้ามเนื้อให้แข็งแรง

    กล้ามเนื้อเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้เด็กทรงตัวได้ แถมยังหยิบจับอะไรก็สะดวกไปหมดกิจกรรมการเคลื่อนไหวต่างๆ ของร่างกายจะช่วยให้ลูกน้อยได้พัฒนาทักษะการทรงตัวที่ดี เช่น การคลาน วิ่ง เดินเร็ว การกระโดด ห้อยโหน จะเป็นตัวช่วยให้ลูกน้อยมีการเคลื่อนไหวร่างกายที่คล่องแคล่ว ว่องไว อันเป็นพื้นฐานกีฬา เช่น ยิมนาสติก ว่ายนัำ บัลเล่ต์ หรือเทควันโด เป็นต้น

คุณพ่อคุณแม่สามารถพัฒนาศักยภาพด้านนี้ของลูก โดยการทำกิจกรรมการเคลื่อนไหว ที่ช่วยในการทรงตัว ได้แก่ การคลาน การนอนกลิ้งตัว การวิ่งกระต่ายขาเดียว การกระโดด การยืนบนกระดานทรงตัว เป็นการฝึกให้เด็กๆ มีการทรงตัวที่ดี เป็นการพัฒนากล้ามเนื้อทุกส่วนให้ทำงานประสานกันอย่างดี เด็กเติบโตขึ้นจะเป็นคนมีบุคคลิกคล่องแคล้ว ว่องไว และง่ายต่อการพัฒนาให้เป็นนักกีฬาที่มีความสามารถ ที่เก่งกาจในอนาคต

อยากเน้นย้ำกับคุณพ่อคุณแม่ ควรจะให้ลูกได้เรียนรู้กับสิ่งต่างๆ รอบตัวมากกว่าการให้ลูกได้สัมผัสแต่กับจอมือถือ แน่นอนว่าลูกๆ มักจะอยู่นิ่งๆ และอยู่ได้นานกว่าเมื่อได้เล่นมือถือ แต่สิ่งนี้มันกลับทำให้ลูกไม่ได้พัฒนาทักษะอื่นๆ ที่ควรจะเป็นไปตามวัย ถ้าเลี่ยงไม่ได้ พ่อแม่ต้องบอกว่าควรทำกิจกรรมอื่นก่อนแล้วค่อยให้เล่น พร้อมทั้งตั้งกติกากับลูกว่าเล่นได้กี่นาที เพื่อไม่ให้ลูกๆ งอแงเวลาที่พ่อแม่บอกให้เลิกเล่นมือถือ


ที่มา : manager


Tags : เลี้ยงลูกให้ฉลาด  น้องอันตา  แม่เจน

view